ประกันรถ EV คุ้มน้ำท่วม แบตเตอรี่ และใต้ท้องรถแค่ไหน?

ประกันรถ EV คุ้มน้ำท่วม แบตเตอรี่ และใต้ท้องรถแค่ไหน?

เช็กประกัน EV ก่อนซื้อ: น้ำท่วม ชนใต้ท้อง แบตเตอรี่ ค่าเสียหายส่วนแรก และตารางชดใช้แบต

Sam

คำตอบสั้น (ตรวจเอกสาร 27 กันยายน 2569): ถ้าต้องการคุ้มครองรถ EV เมื่อชนใต้ท้องหรือน้ำท่วม ให้ตรวจ กรมธรรม์ที่เสนอขายสำหรับรถคันจริง ว่ามีความเสียหายต่อตัวรถ ภัยน้ำท่วม และแบตเตอรี่ขับเคลื่อนอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่ พร้อมดูทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก ข้อยกเว้น และตารางชดใช้เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งชุด ประกันชั้น 1 ของ AXA และ Roojai ประกาศคุ้มครองภัยน้ำท่วมในภาพรวม แต่คำว่า “คุ้มครองแบต” ไม่ได้หมายความว่าผู้เอาประกันจะได้แบตใหม่ฟรีทุกกรณี หากบริษัทส่งเพียงหน้าโฆษณา ไม่ให้ตารางผลประโยชน์ กรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายของแผนที่เสนอ ให้ยังไม่ตัดสินใจจากเบี้ยถูกอย่างเดียว

ภาพประกอบสร้างด้วย AI เพื่ออธิบายสถานการณ์ตรวจเอกสารประกัน ไม่ใช่ภาพเหตุเคลมจริงหรือรถรุ่นที่ระบุในกรมธรรม์

หน้านี้ช่วย เลือกกรมธรรม์ก่อนซื้อหรือต่อประกัน ถ้ารถอยู่ในน้ำแล้ว ให้ทำตาม ขั้นตอนฉุกเฉินเมื่อรถถูกน้ำท่วม ก่อน อย่าสตาร์ต ชาร์จ หรือเปิดแพ็กแบตเตอรี่เอง ส่วน ประกันแบตเตอรี่จากผู้ผลิต เป็นคนละสัญญากับประกันภัยอุบัติเหตุ

ถามอะไรก่อน: อุบัติเหตุชนใต้ท้อง น้ำท่วม หรือแบตเสื่อม?

สามเหตุนี้มีผู้รับผิดชอบต่างกัน ชนก้อนหินจนแพ็กแบตเตอรี่เสียหายคือเหตุภายนอกที่ต้องดูความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถและเงื่อนไขอุบัติเหตุ น้ำท่วมต้องดูภัยธรรมชาติที่ซื้อไว้และข้อยกเว้น ส่วนแบตเตอรี่ค่อย ๆ เสื่อมจากการใช้งานไม่ใช่อุบัติเหตุที่ประกันภัยรถยนต์จ่ายโดยอัตโนมัติ อาจต้องพิจารณาสิทธิรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตตามเกณฑ์ความจุและสภาพการใช้งาน

สถานการณ์สัญญาที่ต้องเปิดดูคำถามสำคัญก่อนจ่ายเบี้ย
ชนขอบฟุตบาทหรือสิ่งกีดขวางใต้ท้องความเสียหายต่อตัวรถ/แบตเตอรี่ในกรมธรรม์รถ EVเหตุชนไม่มีคู่กรณีอยู่ในแผนหรือไม่ มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือข้อยกเว้นอะไร ใครตรวจแพ็กและค่าขนย้าย?
รถจอดถูกน้ำท่วมภัยน้ำท่วม วงเงิน และวิธีประเมินความเสียหายคุ้มครองรถและแบตจากน้ำเท่าใด ต้องแจ้งภายในเวลาใด ใครสั่งย้ายและตรวจฉนวน?
แบตเสื่อมตามอายุ ไม่มีอุบัติเหตุคู่มือรับประกันของผู้ผลิตเกณฑ์ SOH/ข้อบกพร่อง ระยะเวลา ระยะทาง และประวัติการบำรุงรักษาคืออะไร?
เครื่องชาร์จที่บ้านหรือสายชาร์จเสียเอกสารแนบท้าย/ความคุ้มครองอุปกรณ์ชาร์จรวมมาในราคาแล้วหรือซื้อเพิ่ม วงเงินและความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเท่าใด?

คำถามผู้ใช้ใน HeadLight Magazine สะท้อนความกังวลเรื่องน้ำและประกัน แต่ความเห็นในกระทู้ไม่ใช่คำรับรองสินไหมของรถทุกคัน ตารางข้างบนจึงเป็นรายการเอกสารที่ต้องขอ ไม่ใช่คำตัดสินว่าเคลมได้แน่

ชั้น 1, ชั้น 2 และชั้น 3 ต่างกันตรงที่รถของเราเสียหายอย่างไร?

บน หน้าผลิตภัณฑ์ EV ของ Roojai ชั้น 1 ระบุความเสียหายรถจากชนมี/ไม่มีคู่กรณี ไฟไหม้ รถหาย และน้ำท่วม ขณะที่ชั้น 2 ระบุแบตเตอรี่เฉพาะกรณีรถหาย/โจรกรรมและไฟไหม้ ไม่ใช่ความคุ้มครองชนใต้ท้องหรือน้ำท่วมของรถตัวเองเท่ากับชั้น 1 แผนชั้น 3 เน้นความรับผิดบุคคลภายนอกและสิทธิอื่นตามตารางของแผน อย่าดึงคำว่า “EV insurance” มาแทนตารางความคุ้มครองของประเภทประกัน

AXA EV/PHEV ชั้น 1 แจ้งภัยธรรมชาติรวมถึงน้ำท่วม และความคุ้มครองอุปกรณ์ชาร์จที่บ้าน/สายชาร์จ อย่างไรก็ดี หน้าแผนนี้ระบุว่าความคุ้มครองเต็มตามกรมธรรม์หลังตรวจสภาพรถโดยผู้ได้รับอนุญาต ก่อนตรวจเสร็จอาจมีขอบเขตชั่วคราวจำกัด จึงต้องถามวันเริ่มต้นจริง โดยเฉพาะรถที่ต่อประกันหลังมีช่วงขาดความคุ้มครอง

ตรวจเอกสารใดRoojai EV ที่เผยแพร่AXA EV ที่เผยแพร่สิ่งที่ยังต้องขอสำหรับรถเรา
น้ำท่วมหน้าผลิตภัณฑ์ชั้น 1 ระบุคุ้มครอง; ชั้น 2 มีขอบเขตต่างออกไปหน้าผลิตภัณฑ์ชั้น 1 ระบุภัยธรรมชาติรวมถึงน้ำท่วมตารางแผนที่เสนอ ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้น
แพ็กแบตเตอรี่ขับเคลื่อนมีเอกสารกรมธรรม์ EV ชั้น 1 พร้อมตารางชดใช้กรณีเปลี่ยนทั้งชุดหน้าขายระบุ EV/PHEV แต่ต้องขอเอกสารแบตของแผน/รถที่เสนอแพ็กเดิมหรือเปลี่ยนแล้ว อายุแบต ราคาอะไหล่ และวิธีชดใช้จริง
เครื่องชาร์จหน้าผลิตภัณฑ์ระบุเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้หน้าผลิตภัณฑ์ระบุสิทธิสำหรับเครื่องและสายชาร์จรวม/ซื้อเพิ่ม วงเงิน สถานที่ติดตั้ง และความรับผิดต่อบุคคลอื่น
เงื่อนไขเริ่มคุ้มครองตามใบเสนอราคา/กรมธรรม์ของผู้ซื้อหน้าผลิตภัณฑ์มีข้อกำหนดตรวจสภาพก่อนคุ้มครองเต็มวัน-เวลามีผลและหลักฐานตรวจสภาพรถ

ตารางนี้เปรียบเทียบ เอกสารสาธารณะที่เห็นวันที่ตรวจ ไม่ได้เปรียบเทียบเบี้ยจริงของคนเดียวกัน และไม่ได้สรุปว่าบริษัทใดจ่ายง่ายกว่า บริษัทอาจเสนอแผน วงเงิน และเอกสารแนบท้ายต่างกันตามรุ่น อายุรถและผู้ขับ

กรณีเปลี่ยนแบตทั้งแพ็ก: เหตุใด “คุ้มครอง” จึงไม่เท่ากับ “จ่าย 100%”?

เอกสารกรมธรรม์ EV ชั้น 1 ของ Roojai รุ่นเผยแพร่ปี 2568 แสดงอัตราชดใช้ต่อ ราคาแบตเตอรี่ใหม่ของผู้จำหน่าย ณ เวลาเสียหาย เมื่อจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งชุด ตามอายุใช้งานแบต: ไม่เกิน 1 ปี 100%, เกิน 1 ถึง 2 ปี 90%, เกิน 2 ถึง 3 ปี 80%, เกิน 3 ถึง 4 ปี 70%, เกิน 4 ถึง 5 ปี 60%, เกิน 5 ปี 50% อายุเริ่มจากวันรับมอบรถหรือวันในเอกสารรับประกันแบต แล้วแต่วันใดก่อน ตารางเดียวกันปรากฏในเอกสาร EV ชั้น 2 แต่ เหตุที่มีสิทธิเคลมชั้น 2 ยังคงจำกัดตามความคุ้มครองของแผน ตารางเปอร์เซ็นต์ไม่ทำให้น้ำท่วมหรือชนใต้ท้องกลายเป็นเหตุที่ครอบคลุม

ตัวอย่างคำนวณ ไม่ใช่ใบเสนอราคา: หากแบตใหม่ตามผู้จำหน่าย ณ วันเสียหายราคา 300,000 บาท แบตเดิมมีอายุเกิน 3 แต่ไม่เกิน 4 ปี และเหตุที่เกิดเป็นเหตุที่กรมธรรม์คุ้มครอง ตาราง 70% ให้ฐานคำนวณ 300,000 × 0.70 = 210,000 บาท ส่วนต่าง 90,000 บาทยังไม่รวมค่าเสียหายส่วนแรก ทุนประกัน วิธีซ่อม/เปลี่ยน และผลประเมินของบริษัท อย่าเอา 210,000 บาทไปนับเป็นเงินที่ผู้ซื้อทุกคนจะได้รับ

หากมีการเปลี่ยนแพ็กใหม่ระหว่างอายุกรมธรรม์ เอกสารแนบท้ายอธิบายทางเลือกปรับทุนประกันและจ่ายเบี้ยเพิ่มเพื่อสะท้อนมูลค่าแบตใหม่; ถ้าไม่แจ้งหรือไม่ชำระเบี้ยเพิ่ม ผลคุ้มครองอาจอิงทุนและอายุแบตเดิม ขอเอกสารแนบท้ายที่ออกให้รถคันจริง และถามบริษัทว่าจะนับวันที่เท่าไร มิฉะนั้นตัวเลข “100%” ในโฆษณาอาจทำให้ประมาณส่วนจ่ายเองต่ำเกินไป

เปิดกรมธรรม์จริงแล้วพบอะไรที่หน้าโฆษณาไม่ได้บอก?

ในกรมธรรม์ EV ชั้น 1 ฉบับเผยแพร่ของ Roojai นิยาม “แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า” เป็นแบตแรงดันสูงที่ใช้ขับเคลื่อนรถ ไม่ใช่แบต 12 โวลต์ ตารางชดใช้ด้านบนใช้เฉพาะกรณีแพ็กเสียหายจนต้องเปลี่ยนทั้งชุดจากเหตุที่คุ้มครอง จึงไม่ควรเอาเปอร์เซ็นต์ไปคูณค่าซ่อมกันกระแทกใต้ท้องหรือค่าตรวจแบตทุกกรณี บริษัทอาจเลือกซ่อม เปลี่ยน หรือชดใช้ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ และต้องตรวจทุนประกันรถร่วมด้วย

อายุแพ็ก ณ เหตุสัดส่วนในตาราง Roojaiถ้าแพ็กใหม่ราคา 300,000 บาท*ส่วนต่างจากราคาแพ็กใหม่*
ไม่เกิน 1 ปี100%300,0000
เกิน 1–2 ปี90%270,00030,000
เกิน 2–3 ปี80%240,00060,000
เกิน 3–4 ปี70%210,00090,000
เกิน 4–5 ปี60%180,000120,000
เกิน 5 ปี50%150,000150,000

*300,000 บาทเป็นสมมติฐานเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ราคาแบตรุ่นใดหรือจำนวนเงินที่จะได้รับจริง ตารางไม่รวมทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก ผลตรวจสภาพ ค่าแรง และสิทธิซากแบต กรมธรรม์ฉบับนี้ยังระบุให้แบ่งกรรมสิทธิ์ซากแบตตามสัดส่วนชดใช้เมื่อเปลี่ยนใหม่ จึงต้องถามด้วยว่าใครจัดการซากและมูลค่าซากหักอย่างไร

อีกจุดที่มีผลต่อปีถัดไป: เมื่อบริษัทเปลี่ยนแบตใหม่ระหว่างสัญญา บริษัทต้องแจ้งทางเลือกแก่ผู้เอาประกันภายใน 7 วัน และผู้เอาประกันมี 30 วันนับจากรับแจ้งเพื่อเลือกปรับทุนและชำระเบี้ยเพิ่ม หรือคงทุน/อายุแบตเดิม หากไม่ตอบภายในกำหนด เอกสารนี้ให้ถือว่าเลือกคงทุนและอายุเดิม จดวันรับหนังสือและขอเอกสารแนบท้ายหลังเลือกทุกครั้ง กติกานี้เป็นของเอกสารที่อ้าง ไม่ใช่เงื่อนไขร่วมของทุกบริษัท

สี่กรณีที่ผลเคลมอาจต่างกัน แม้ชื่อเหตุคล้ายกัน

คำถามผู้ซื้อสิ่งที่เอกสาร Roojai บอกได้หลักฐาน/คำตอบที่ยังต้องขอ
แบตเสื่อมเองโดยไม่ชนข้อยกเว้นความเสียหายตัวรถระบุการเสื่อมราคาและสึกหรอของแบตผลตรวจ SOH และคู่มือรับประกันจากผู้ผลิต; อย่าแจ้งเป็นอุบัติเหตุถ้าไม่มีเหตุ
ระบบไฟหรือซอฟต์แวร์ขัดข้องเองกรมธรรม์แยกความขัดข้องทางไฟฟ้า/เครื่องกล/ซอฟต์แวร์จากความเสียหายจากอุบัติเหตุรหัสเตือน รายงานวิเคราะห์สาเหตุ และคำชี้แจงว่าเกิดจากเหตุภายนอกหรือไม่
ชนขอบถนน แพ็กไม่เสียแต่แผ่นกันกระแทกแตกต้องใช้ข้อคุ้มครองความเสียหายตัวรถและการประเมินซ่อม ไม่ใช้ตารางเปลี่ยนแพ็กทั้งชุดภาพจุดชน เวลาเหตุ ใบตรวจใต้ท้องและรายการอะไหล่ตาม VIN
รถน้ำท่วมแล้วผู้ขับพยายามชาร์จ/สตาร์ตอีกหน้าขายระบุภัยน้ำท่วม แต่ไม่ตัดสินความเสียหายที่เพิ่มภายหลังจากชื่อภัยอย่างเดียวเวลาน้ำเข้า การกระทำหลังเหตุ รูปถ่ายและคำสั่งจากบริษัทก่อนเคลื่อนรถ

กรมธรรม์ที่เผยแพร่ยังระบุว่าความเสียหายอันเกิดจากการซ่อมหรือดัดแปลงแบตจะคุ้มครองภายใต้ข้อตกลงความเสียหายตัวรถก็ต่อเมื่อทำโดยช่างผู้ผลิต/ศูนย์ของยี่ห้อ ช่างที่ได้รับการรับรองตามเกณฑ์ หรือช่างที่บริษัทเห็นชอบ จึงควรเก็บชื่ออู่และใบอนุมัติก่อนให้ใครเปิดแพ็ก อย่าใช้ข้อความนี้สรุปว่าทุกอู่ทั่วไปถูกปฏิเสธทุกเหตุ; ต้องดูสาเหตุและเอกสารที่ออกจริง

ชนใต้ท้องแล้วมีรอย ไม่ควรสรุปเองว่าแพ็กเสียหรือเคลมผ่าน

คำว่า “ชนใต้ท้อง” อาจหมายถึงกันกระแทกแตก ตัวถังบุบ สายไฟ/ระบบระบายความร้อนเสีย หรือแพ็กแรงดันสูงเสียหาย แต่ละอย่างใช้การตรวจต่างกัน รอยครูดไม่ได้พิสูจน์ว่าแบตต้องเปลี่ยนทั้งชุด ในทางกลับกันไม่มีรอยชัดก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าระบบปลอดภัย ถ้ามีไฟเตือน กลิ่นไหม้ น้ำรั่ว หรือความเสียหายใกล้แพ็ก ให้หยุดใช้และให้ผู้ชำนาญตรวจตามขั้นตอนของผู้ผลิต

ก่อนซื้อกรมธรรม์ ถามเป็นลายลักษณ์อักษร: ความเสียหายจากการชนสิ่งกีดขวางโดยไม่มีคู่กรณีคุ้มครองหรือไม่, ค่าเปิด/ตรวจแพ็กและตรวจฉนวนจ่ายอย่างไร, บริษัทกำหนดศูนย์ EV ที่รับงานหรือไม่, ค่าลากรถสไลด์/เก็บรักษาใครจ่าย, หากต้องเปลี่ยนแบตใช้ตารางไหน และผู้เอาประกันจ่ายส่วนต่างเท่าไร อย่าให้คำตอบปากเปล่า “ชั้น 1 เคลมได้หมด” แทนชื่อความคุ้มครองในตาราง

น้ำท่วมขณะจอดกับขับฝ่าน้ำ: ต้องเก็บหลักฐานและถามข้อยกเว้นอะไร?

น้ำท่วมที่ระบุในหน้าแผนเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่คำรับรองเหตุเฉพาะทุกแบบ ขั้นตอนแจ้งเหตุ การพิสูจน์ระดับน้ำ ความเสียหายที่เพิ่มหลังพยายามสตาร์ต/ชาร์จ และข้อยกเว้นในกรมธรรม์อาจทำให้ผลต่างกัน ให้ขอเงื่อนไขฉบับเต็มก่อนซื้อและบันทึกภาพบริเวณจอดรถ/เส้นทางที่ใช้จริง ในเหตุเกิดแล้วให้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงก่อน จดเวลาและระดับน้ำ โทรประกันก่อนรื้อหรือซ่อม และให้ศูนย์ที่รับ EV ตรวจแรงดันสูง ตามคู่มือรถถูกน้ำท่วม

การรับประกันคุณภาพของผู้ผลิตมักแยกความเสียหายจากอุบัติเหตุ/ภัยภายนอกออกจากข้อบกพร่องการผลิต ดังนั้นเมื่อเกิดน้ำท่วม ให้เปิดทั้งกรมธรรม์และคู่มือรับประกัน แต่ยื่นคำถามต่อบริษัทประกันตามความคุ้มครองที่ซื้อไว้ ไม่ใช้ระยะรับประกันแบต 8 ปีเป็นคำตอบว่ารถน้ำท่วมต้องเปลี่ยนแบตฟรี

ใบถามบริษัทประกัน 10 ข้อก่อนเลือกแผน

  1. แผนนี้เป็นชั้นอะไร และเอกสารเลขที่/รุ่นกรมธรรม์ใด?
  2. ชื่อรุ่น รุ่นย่อย VIN และการใช้รถส่วนบุคคล/พาณิชย์ตรงกับใบเสนอราคาหรือไม่?
  3. ทุนประกันรถและวงเงินแบตเตอรี่แยกหรือรวมกันอย่างไร?
  4. ชนใต้ท้องไม่มีคู่กรณี คุ้มครองส่วนใดและมีค่าเสียหายส่วนแรกเท่าไร?
  5. น้ำท่วมขณะจอดและระหว่างขับ มีข้อกำหนดต่างกันหรือไม่?
  6. ตารางชดใช้กรณีเปลี่ยนแบตทั้งชุดใช้ปีอายุใดและราคาฐานจากใคร?
  7. แบตที่เปลี่ยนใหม่ต้องแจ้งปรับทุน/จ่ายเบี้ยภายในกี่วัน?
  8. เครื่องชาร์จบ้าน สายชาร์จ และความรับผิดต่อคนอื่นรวมอยู่แล้วหรือซื้อเพิ่ม?
  9. ต้องตรวจสภาพก่อนเริ่มคุ้มครองเต็มหรือไม่ เริ่มวันเวลาใด?
  10. หลังเกิดเหตุ ใครอนุมัติรถยก ศูนย์ซ่อม การตรวจแรงดันสูงและเอกสารเคลม?

ส่งคำถามพร้อมรุ่นรถและรูปแบบใช้งานให้สองบริษัทตอบในช่องทางที่เก็บหลักฐานได้ แล้วเทียบ เบี้ย + ส่วนที่ต้องจ่ายเองในเหตุสำคัญ + ข้อจำกัดซ่อม ตัวอย่างการเปรียบเทียบ: แผน A เบี้ยถูกกว่า 4,000 บาท/ปี แต่มีค่าเสียหายส่วนแรก 10,000 บาทสำหรับเหตุที่คุณกังวล; ความถูกกว่านั้นไม่เท่ากับต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเกิดเหตุ ตัวเลข 4,000/10,000 เป็นสมมติฐานเพื่อสอนวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาด

ควรเลือกอย่างไรและเมื่อใดควรหยุดซื้อ?

  • รถใหม่มูลค่าสูง/จอดเสี่ยงน้ำ/ต้องใช้ทุกวัน: เริ่มเทียบชั้น 1 ที่ระบุความเสียหายรถเอง น้ำท่วม และแบตอย่างชัดเจน ตรวจทุนกับตารางแบต และความพร้อมศูนย์ซ่อม ไม่เลือกจากเบี้ยรายปีอย่างเดียว
  • รถเก่ามูลค่าลดลง: เทียบเบี้ยชั้น 1 กับมูลค่ารถ ค่าเสียหายส่วนแรก และความเสียหายใหญ่ที่รับเองได้ หากพิจารณาชั้น 2/3 ต้องยอมรับช่องว่างคุ้มครองของรถตัวเองตามแผนจริง
  • มีเครื่องชาร์จส่วนตัว: ขอเอกสารระบุเครื่อง/สายชาร์จ วงเงิน สถานที่ และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แยกจากความคุ้มครองตัวรถ
  • หยุดก่อนจ่ายเบี้ย: เมื่อไม่ทราบวันเริ่มคุ้มครอง ทุนแบต ตารางชดใช้ ความเสียหายส่วนแรก หรือบริษัทตอบเรื่องใต้ท้อง/น้ำท่วมด้วยข้อความโฆษณาแทนกรมธรรม์

คำถามที่พบบ่อย

ชั้น 1 แปลว่ารถ EV น้ำท่วมแล้วได้แบตใหม่ฟรีหรือ?

ไม่ใช่ ต้องพิสูจน์ว่าเหตุอยู่ในความคุ้มครอง มีความเสียหายที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนอย่างไร แล้วคิดตามทุน ข้อยกเว้น ค่าเสียหายส่วนแรกและตารางชดใช้แบตของกรมธรรม์คันนั้น

แบตอายุ 4 ปี จ่าย 70% เสมอหรือ?

ไม่เสมอ 70% เป็นอัตราในเอกสารกรมธรรม์ Roojai ที่ยกตัวอย่างเมื่ออายุ เกิน 3 แต่ไม่เกิน 4 ปี และเป็นกรณีเปลี่ยนทั้งชุดจากเหตุที่คุ้มครอง ต้องตรวจนิยามวันเริ่มนับและกรมธรรม์ที่ออกจริง บริษัท/แผนอื่นอาจต่างกัน

รอยขูดใต้ท้องรถอย่างเดียวต้องเปลี่ยนแบตหรือ?

ตัดสินไม่ได้จากรูปถ่ายหรือรอยภายนอก ต้องให้ศูนย์ที่รับ EV ตรวจชิ้นส่วนและความปลอดภัยก่อน แล้วให้บริษัทประกันประเมินตามกรมธรรม์

เครื่องชาร์จบ้านอยู่ในประกันรถทุกแผนหรือ?

ไม่ควรสมมติว่าอยู่ Roojai ระบุเป็นตัวเลือกเพิ่ม ขณะที่ AXA โฆษณาความคุ้มครองในผลิตภัณฑ์ EV ของตน; วงเงินและเงื่อนไขต้องดูเอกสารแผนที่ซื้อ

Claim Ledger: หลักฐาน วิธีคิด และข้อจำกัด

ข้อความสำคัญหลักฐานที่ตรวจขอบเขต/ข้อจำกัด
Roojai EV ชั้น 1 ระบุชน น้ำท่วม และแบต; ชั้น 2 แบตจำกัดเฉพาะรถหาย/ไฟไหม้หน้าผลิตภัณฑ์ Roojai, ตรวจ 27/9/2569เป็นสรุปแผน ไม่ใช่กรมธรรม์เฉพาะลูกค้า
ตารางแบต Roojai 100/90/80/70/60/50% ตามปีอายุ เมื่อเปลี่ยนทั้งชุดเอกสารกรมธรรม์ชั้น 1เหตุที่ไม่คุ้มครองยังไม่จ่าย; ทุนและค่าเสียหายส่วนแรกต้องดูแผน
AXA EV ชั้น 1 ระบุน้ำท่วมและเครื่อง/สายชาร์จ; การตรวจสภาพมีผลต่อช่วงเริ่มต้นAXA EV, ตรวจ 27/9/2569ต้องขอกรมธรรม์และใบเสนอราคาของรถจริง
ฐาน 300,000 × 70% = 210,000 บาทตัวอย่างคำนวณโดย AutoTest จากเปอร์เซ็นต์ในเอกสารข้างบนราคาแบตและจำนวนเงินเป็นสมมติ ไม่ใช่เงินเคลมจริง

วิธีการและข้อจำกัด / แหล่งอ้างอิงที่ตรวจ

AutoTest อ่าน เอกสารรูปแบบกรมธรรม์รถยนต์ไฟฟ้าของ คปภ., เอกสารกรมธรรม์ Roojai และหน้าผลิตภัณฑ์ Roojai/AXA เมื่อ 27 กันยายน 2569 เปรียบเทียบคำถามที่ผู้ซื้อควรถามและคำนวณตัวอย่างเอง ไม่ได้ซื้อกรมธรรม์จริง ไม่มีใบเสนอราคาสำหรับ VIN เดียวกัน ไม่ได้ยื่นเคลม และไม่สามารถจัดอันดับอัตราอนุมัติสินไหมของบริษัทได้ เอกสารแนบท้ายปี 2568 อาจถูกแทนด้วยฉบับที่ออกให้ผู้ซื้อในปี 2569; ให้ถือฉบับที่ระบุในกรมธรรม์ของตนเป็นหลัก เมื่อเบี้ย/เงื่อนไขเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแบตใหม่ ให้ตรวจคำตอบอีกครั้ง