คำนวณค่างวดรถและสินเชื่อรถยนต์
เลือกวิธีคิดดอกเบี้ยให้ตรงใบเสนอราคา แล้วคำนวณค่างวด ดอกเบี้ยรวม ยอดชำระรวม และเงินสดเริ่มต้น
เริ่มใช้งานใน 4 ขั้นตอน
วิธีใช้เครื่องมือนี้
ใช้ประเมินค่างวดรถต่อเดือน ดอกเบี้ยรวม ยอดจ่ายรวม และเงินที่ต้องเตรียมในเดือนแรก โดยใส่ราคารถ เงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนปีให้ตรงกับใบเสนอราคาที่คุณกำลังพิจารณา
- 1ใส่ราคารถสุทธิหลังส่วนลด ไม่ใช่ราคาป้าย หากมีใบเสนอราคาแล้ว
- 2ปรับเงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ยต่อปี และระยะเวลาผ่อนตามข้อเสนอจริง
- 3กด “คำนวณ” แล้วดูทั้งค่างวดต่อเดือนและดอกเบี้ยรวม ไม่ดูเฉพาะค่างวด
- 4ลองอย่างน้อย 3 กรณี เช่น ดาวน์ 15%, 20% และ 25% เพื่อดูว่าต้องใช้เงินสดเพิ่มเท่าไรจึงลดภาระรายเดือนได้
ต้องเตรียมข้อมูลอะไร และกรอกอย่างไร
| ข้อมูล | วิธีเลือกค่าที่เหมาะสม |
|---|---|
| ราคารถ | ใช้ราคาที่ต้องจัดไฟแนนซ์จริง หากราคาไม่รวมอุปกรณ์ ประกัน หรือค่าจดทะเบียน ให้แยกเงินสดส่วนนั้นไว้ต่างหาก |
| เงินดาวน์ | สัดส่วนราคาที่จ่ายล่วงหน้า เงินดาวน์สูงขึ้นมักลดเงินต้นและดอกเบี้ยรวม แต่ทำให้เงินสดวันรับรถสูงขึ้น |
| วิธีคิดดอกเบี้ย | เลือก Flat rate หากใบเสนอราคาคิดจากเงินต้นตั้งต้นตลอดสัญญา หรือเลือกลดต้นลดดอกหากคิดจากเงินต้นคงเหลือ โฆษณาไทยมักเป็น flat rate |
| อัตราดอกเบี้ยต่อปี | คัดลอกจากใบเสนอราคา และตรวจว่าเปอร์เซ็นต์นั้นเป็น flat หรือลดต้นลดดอก เพราะเปรียบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ |
| ระยะเวลาผ่อน | จำนวนปีที่ชำระ ยิ่งผ่อนนานค่างวดมักต่ำลง แต่ดอกเบี้ยรวมและระยะเวลารับภาระจะเพิ่มขึ้น |
อ่านผลลัพธ์อย่างไร
ผ่อนรายเดือน
ยอดประมาณการที่ต้องจ่ายทุกเดือน ควรเหลืองบเผื่อประกัน ภาษี น้ำมัน/ไฟ ที่จอด และการบำรุงรักษา
ดอกเบี้ยรวม
ต้นทุนของสินเชื่อตลอดสัญญา ใช้เปรียบเทียบข้อเสนอที่มีราคารถหรือจำนวนปีต่างกัน
ยอดชำระรวม
เงินต้นรวมดอกเบี้ย ไม่ใช่ต้นทุนเป็นเจ้าของรถทั้งหมด เพราะยังไม่รวมค่าใช้รถอื่น ๆ
เงินออกเดือนแรก
เงินสดเริ่มต้นตามแบบจำลอง ซึ่งปัจจุบันเท่ากับเงินดาวน์เมื่อไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ควรบวกงวดแรก ค่าจดทะเบียน ประกัน และค่าใช้จ่ายวันรับรถจากใบเสนอราคาจริง
สูตรที่ใช้
เงินกู้ = ราคารถ − เงินดาวน์ จากนั้นเลือกวิธีคิดดอกเบี้ย: Flat rate คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นเริ่มต้นตลอดสัญญา (ค่างวด = (เงินต้น + เงินต้น × อัตราต่อปี × จำนวนปี) ÷ จำนวนงวด) ส่วนลดต้นลดดอกคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือแต่ละเดือน ผลลัพธ์เป็นแบบจำลองเพื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่ใบอนุมัติสินเชื่อ
ตัวอย่างการใช้งาน
ตัวอย่าง: รถราคา 899,900 บาท ดาวน์ 20% ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% แบบ flat rate ได้ค่างวดประมาณ 14,098 บาท และดอกเบี้ยรวมประมาณ 125,986 บาท หากสลับเป็นลดต้นลดดอก ค่างวดจะเหลือประมาณ 13,097 บาท แต่ต้องตรวจว่าใบเสนอราคาใช้วิธีใด
นำตัวเลขไปตัดสินใจอย่างไร
- ✓ถ้าค่างวดผ่านงบแต่เงินออกเดือนแรกสูงเกินไป ให้ลดราคารถหรือเลื่อนซื้อเพื่อเพิ่มเงินสำรอง ไม่ควรใช้เงินฉุกเฉินทั้งหมดเป็นเงินดาวน์
- ✓ถ้าค่างวดลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อยืดสัญญา แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มมาก ให้พิจารณาระยะเวลาที่สั้นกว่า
- ✓นำผลลัพธ์ไปเทียบอย่างน้อย 2–3 ใบเสนอราคา โดยใช้ราคารถสุทธิและประเภทดอกเบี้ยเดียวกัน
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้ผลลัพธ์
- ผลจริงอาจต่างจากค่าประมาณเพราะวิธีคิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม วันเริ่มสัญญา และเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อ
- ไม่รวมค่าปรับชำระล่าช้า ค่าปิดบัญชีก่อนกำหนด ประกันคุ้มครองสินเชื่อ หรืออุปกรณ์ที่ซื้อเพิ่ม
- ก่อนเซ็นสัญญาให้ตรวจยอดจัด ยอดผ่อนทุกงวด ยอดบอลลูน (ถ้ามี) และยอดชำระรวมจากเอกสารจริง
คำถามที่พบบ่อย
ควรดาวน์รถกี่เปอร์เซ็นต์?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน ให้เลือกระดับที่ยังเหลือเงินฉุกเฉินและทำให้ค่างวดรวมค่าใช้รถไม่กดดันรายเดือน ทดลอง 15–25% แล้วเทียบผลในเครื่องมือ
ดอกเบี้ย flat rate กับ effective rate ต่างกันอย่างไร?
Flat rate มักคิดจากเงินต้นเริ่มต้นตลอดสัญญา ส่วน effective rate สะท้อนเงินต้นคงเหลือ จึงห้ามนำเปอร์เซ็นต์มาวางเทียบกันโดยไม่ดูยอดชำระรวม
ค่างวดที่คำนวณได้คือยอดอนุมัติจริงหรือไม่?
ไม่ใช่ เป็นค่าประมาณ การอนุมัติจริงขึ้นกับรายได้ หนี้เดิม เครดิต เอกสาร รถ และนโยบายผู้ให้สินเชื่อ
ซื้อรถแล้วควรเผื่องบรายเดือนอีกเท่าไร?
ควรแยกงบสำหรับเชื้อเพลิงหรือไฟ ประกัน ภาษี ที่จอด ค่าทางด่วน ยาง และบำรุงรักษา แล้วตรวจด้วยเครื่องมือต้นทุนใช้รถต่อปี
วิธีคำนวณและคำอธิบายตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ autotest · อัปเดต 12 สิงหาคม 2026 · ผลลัพธ์ขึ้นกับข้อมูลที่ผู้ใช้กรอก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เป็นเพียงการประมาณการ ไม่ใช่ข้อเสนอสินเชื่อหรือการอนุมัติ ผลลัพธ์ขึ้นกับวิธีคิดดอกเบี้ยที่เลือก